หลุมดำภัยร้ายในอวกาศ

หลุมดำ (Black Hole) คือเทหวัตถุในอวกาศมีลักษณะเป็นมวลสารที่มีแรงโน้มถ่วงสูงมาก นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าไม่มีอะไรหลุดพ้นจากหลุมดำได้ เมื่อแต่แสง เราไม่รู้ว่าหลุมดำมีลักษณะแบบใดแต่ตามจินตนาการแล้วมันมีลักษณะคล้ายกับพายุมีใจกลางเป็นจุดสีดำ ไม่มีใครรู้ว่าใจกลางหลุมดำมีลักษณะแบบใด ด้วยความที่หลุมดำมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลและไม่อาจทำให้วัตถุใดหรืออะไรหลุดออกมาได้เลยแม้กระทั้งแสงที่เดินทางเร็วที่สุดก็ตาม เป็นไปได้ว่าวัตถุหรืออะไรก็ตามที่หลุดเข้าไปในหลุมดำจะสลายหายไป มีความเชื่อว่าหลุมดำเกิดจากดาวฤกษ์ที่หมดอายุขัยแล้วโดยแนวคิดนี้เกิดขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เชื่อว่าเมื่อดาวฤกษ์บางดวงที่หมดอายุขัยจะทำให้การยุบตัวของดาวทำให้ดาวค่อยยุบตัวลงและสลายหายไป มีการระบุถึงทฤษฎีการเกิดหลุมดำมากมายอย่างเช่น ทฤษฎีของโนแอร์ ระบุว่าหลุมดำต้องอาศัยคุณสมบัติทางกายภาพ 3 ประการคืแ มวล, ประจุไฟฟ้า,

ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

อวกาศ เป็นพรหมแดนที่กว้างใหญ่มาก มันกว้างใหญ่เกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการได้เรามักจะเห็นเรื่องราวของดวงดาวและอวกาศกว้างใหญ่จากภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์หลายๆเรื่อง ปัจจุบันมีการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะมากมาย ซึ่งมีการค้นพบแล้วกว่า 3,000 ดวงในปี 2016 โดยการค้นพบนี้ค้นพบทั้งดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ที่เหมือนดวงอาทิตย์ รวมถึงการค้นพบระบบสุริยะที่คล้ายกันด้วย ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าระบบสุริยะที่คล้ายกับระบบสุริยะในบ้านเรานั้น อาจเป็นไปได้ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตเหมือนกับโลก นอกจากนี้ยังมีการค้นพบดาวเคราะห์แก๊สคล้ายกับดาวพฤหัสบดีด้วย ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะถูกค้นพบครั้งแรกประมาณปี 1995 ด้วยวิธีการตรวจจับด้วยความเร็วแนวเล็ง ซึ่งมีการค้นพบดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ซึ่งโครจรรอบดาวฤกษ์ชื่อว่า 51 เพกาซี และต่อมาราวปี

ดาวศุกร์ ดาวเคราะห์ที่ร้อนที่สุด

เราคงคิดว่า ดาวพุธ ซึ่งอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์มากที่สุดจะมีอุณหภูมิพื้นผิวที่ร้อนสุด มันอาจจะร้อนมากเมื่อตอนกลางวันและหนาวเย็นในตอนกลางคืน แต่ใครจะรู้ว่าดาวพุธไม่ใช่ดาวที่ร้อนที่สุด มีดารค้นพบว่าดาวเคราะห์ที่ร้อนที่สุดในระบบสุริยะคือ ดาวศุกร์ ดาวศุกร์ (Venus) เป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะลำดับที่ 2 และมีขนาดใกล้เคียงกับโลกเล็กน้อยและอยู่ห่างจากโลกประมาณ 140 ล้านกิโลเมตร ทำไมดาวศุกร์ถึงร้อนมากกว่าดาวพุธนั่นเพราะว่า บรรยากาศของดาวศุกร์ ประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 97% ไนโตรเจน 3.5%

จุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสฯ

เป็นเวลานานกว่าพันๆปีแล้วที่มีการค้นพบจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี ดาวเคราะห์ดวงที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ดาวพฤหัสนั้นถือว่าเป็นดาวเคราะห์ชั้นนอกซึ่งประกอบด้วยกลุ่มก๊าซ ไม่มีการยืนยันได้แน่ชัดว่าดาวเคราะห์เหล่านี้มีพื้นผิวลักษณะใด ดาวพฤหัสบดีมีมวลสูงกว่ามวลของดาวเคราะห์อื่นรวมกันราว 2.5 เท่า และมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 20 เท่าของโลกรวมถึงเป็นดาวเคราะห์ที่หมุนรอบตัวเองเร็วที่สุดในระบบสุริยะด้วย จุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสนั้นมีลักษณะที่เด่นมากสำหรับดาว มันคือพายุหมุนขนาดยักษ์ที่พัดวนอยู่รอบๆดาว จุดแดงดังกล่าวนั้นมีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง 3 เท่ามีลักษณะคล้ายกับพายุหมุนเขตร้อนบนโลก ทั้งนี้นักดาราศาสตร์ไม่รู้ว่าพายุดังกล่าวนี้เกิดขึ้นมาในช่วงไหน และมาพัดอยู่แบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว โดยนักดาราศาสตร์นั้นมีการสังเกตุการณ์จุดแดงใหญ่นี้มานานกว่า 300 ปีแล้ว

แถบไคเปอร์มีอะไร

ระบบสุริยะนั้นเมื่อพ้นเขตดาวพลูโตออกไป จะเป็นแถบไคเปอร์ประกอบด้วยวัตถุขนาดใหญ่ แถบไคเปอร์คือบริเวณที่มีการสำรวจไกลที่สุดเท่าที่มนุษย์ค้นพบเป็นบริเวณนอกระบบสุริยะที่มีวัตถุจำนวนมากและกว้างกว่า 3,500 ล้านกิโลเมตร ประกอบด้วยก้อนน้ำแข็งขนาดน้อย ใหญ่จำนวนมหาศาล เชื่อว่าดาวหางนั้นมาจากวัตถุในแถบไคเปอร์นั้นเอง วัตถุต่างๆในแถบไคเปอร์นั้นมีจำนวนมหาศาลจนไม่สามารถระบุได้ชัดเจนมันกว้างกว่า แถบดาวเคราะห์น้อยหลายเท่า วัตถุส่วนใหญ่เป็นก้อนน้ำแข็งสกปรก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดาวหาง ผู้ค้นพบนี้คนแรกคือ เจอราร์ด ไคเปอร์ เจอราร์ด ปีเตอร์ ไคเปอร์ นักดาราศาสตร์ชาวดัตช์สัญชาติอเมริกัน ประสบความสำเร็จจากการค้นพบแถบวัตถุจากนอกระบบสุริยะเป็นคนแรก

ไอโอ ดวงจันทร์แห่งภูเขาไฟ

ในระบบสุริยะมีดวงจันทร์ซึ่งเป็นบริวารของดาวเคราะห์นับร้อยดวง มีการค้นพบดวงจันทร์ใหม่ๆมากมายซึ่งส่วนใหญ่ดวงจันทร์บริเวณดาวเคราะห์ เช่น ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ จะมีดวงจันทร์จำนวนมากกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ เนื่องจากแรงดึงดูดจากดาวดังกล่าวมีแรงโน้มถ่วงที่สูงมาก ดวงจันทร์ที่เป็นดาวบริวารดวงหนึ่งที่มีการค้นพบและเป็นดวงจันทร์ที่ชื่อว่าภูมิประเทศแบบสุดขั้วคือ ไอโอ ไอโอ IO เป็นดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี เป็นดวงจันทร์กลุ่มแรกๆที่ถูกค้นพบโดย กาลิเลโอ ถูกค้นพบครั้งแรกในวันที่ 7 มกราคม ปี 1610 ไอโอเป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่เป็นอันดับ

ดาวอังคาร ดาวเคราะห์ที่น่าค้นหา

ดาวอังคาร Mars เป็นดาวเคราะห์แดงที่มีการสำรวจมากที่สุดดวงหนึ่ง โดยมียานอวกาศมีการเก็บรูปภาพต่างๆบนดาวส่งกลับมายังโลกเพื่อศึกษา ในอดีตราวสีพันล้านปีก่อนมีความเชื่อว่าดาวอังคารมีน้ำและชั้นบรรยากาศคล้ายกับโลก ซึ่งความเชื่อนี้ทำให้มีการสำรวจว่าดาวอังคารมีน้ำจริงหรือไม่ แล้วอะไรที่ทำให้น้ำหายไปเหลือแต่พื้นผิวดาวสีแดงที่ประกอบด้วยหินที่แห้งแล้ง ดาวอังคารมีความเชื่อว่าคล้ายคลึงกับโลกมากจนเปรียบได้ว่าเป็นดาวที่เป็นฝาแฝดกับโลกแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่าโลกประมาณครึ่งหนึ่งก็ตาม ซึ่งการโคจร การหมุนรอบตัวเอง รวมถึงภูมิประเทศที่มีทั้ง ทะเลทราย ภูเขา ภูเขาไฟ น้ำแข็ง รวมถึงความเอียงของดาวซึ่งคล้ายกับลักษณะของโลกอย่างมาก สำหรับบริวารของดาวอังคารมีชื่อว่า โฟบอส และ ไดมอส

มนุษย์สำรวจดวงจันทร์

ในอดีตนั้น ดวงจันทร์ถือว่ามีความสำคัญต่อการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์อย่างมาก ในอดีตมีการแข่งขันด้านการสร้างยานอวกาศเพื่อนำมนุษย์ขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ซึ่งทางสหรัฐอเมริกาและโซเวียตหรือรัสเซียในปัจจุบันนั้นได้มีการแข่งขันทางด้านโครงการอวกาศอย่างมากในตอนนั้น ทั้งเรื่องการสำรวจดวงจันทร์และการส่งมนุษย์ขึ้นไปบนดวงจันทร์ จนในที่สุดทางสหรัฐอเมริกาก็ประสบความสำเร็จในการส่งมนุษย์ขึ้นไปบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ แม้ว่าจะสามารถส่งมนุษย์ขึ้นไปได้ แต่โซเวียตส่งยานอวกาศไร้คนขับขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ได้ก่อน การสำรวจดวงจันทร์โดยมนุษย์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ นาซ่า ได้ดำเนินโครงการอะพอลโล 11 ซึ่งมีเป้าหมายนำยานไปจอดบนดวงจันทร์พร้อมกับนักบิน ซึ่งทาง นาซ่า เองได้มีโครงการยาน อะพอลโล ซึ่งมีการส่งขึ้นไปสำรวจอวกาศรอบโลกรวมถึงดวงจันทร์มาแล้ว โดยโครงการอะพอลโล 11

พื้นผิวและภูมิศาสตร์ดวงจันทร์

ดวงจันทร์นั้นมีชื่อมาจากภาษาสันสกฤต ซึ่งอ่านว่า จัน-ดระ หรือคนไทยเราเรียกว่า จัน-ทระ หรือบ้างก็มีคนเรียกว่า จัน-ทรา ซึ่งมีความหมายว่า พระจันทร์ สำหรับภาษาไทยเดิมมักเรียกว่า เดือน หรือ ดวงเดือน และภาษาอังกฤษใช้คำว่า Moon โดยดวงจันทร์เองยังเป็นตัวแทนของการนับวันของสัปดาห์ ซึ่งรำลึกถึงความสำคัญของมัน คือ วันจันทร์ การเรียกดวงจันทร์มีมาจนถึงปี

กำเนิดดวงจันทร์ของโลก

ดาวเคราะห์โลกของนั้นถือกำเนิดมาพร้อมๆกับดวงดาวต่างๆที่กำเนิดขึ้นพร้อมกับระบบสุริยะจักรวาลเมื่อราว 4,500 ล้านปีมาแล้ว ในขณะนั้นโลกยังถูกปกคลุมด้วยลาวาจำนวนมาก และยังไม่มีชั้นบรรยากาศอยู่เลย อีกทั้งในช่วงนั้นมีอุกกาบาต วัตถุต่างๆพุ่งชนโลกนับไม่ถ้วน และอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์แห่งวงการดาราศาสตร์ก็คือ การกำเนิดดวงจันทร์ของโลก ซึ่งเป็นบริวารหนึ่งเดียวของโลก ดวงจันทร์เป็นบริวารของดาวเคราะห์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของระบบสุริยะ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3,474.206 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากโลกในระยะ 384,399 กิโลเมตร แต่ระยะห่างนั้นขึ้นอยู่กับระยะการโคจรด้วย